อดีตหรืออนาคต
รถไฟแล่นผ่านไป สถานีแล้ว สถานีเล่า ตีสามแล้วฝนยังคงตกอยู่อย่างต่อเนื่อง ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง ยังคงเห็นบ้านเรือนริมทางรถไฟเป็นระยะ ๆ ผมชอบที่จะมองบ้านริมทางโดยเฉพาะบ้านชั้นบน เมื่อเรามองผ่านเข้าไปในหน้าต่างแล้วเห็นแสงของหลอดไฟสว่างไสวอยู่ ไม่ว่าเป็นหลอดไฟทังเสตน หรือฟลูโอเรสเซนส์ ไม่ว่าจะสีส้ม หรือสีขาว มันทำให้ผมรู้ว่าที่ตรงนั้น ยังมีคนบางคน ทำอะไรบางอย่างอยู่ อาจจะดูทีวี เล่นเกมส์ อ่านหนังสือ ทำการบ้าน ทำงานบ้าน หรือพูดคุยกันระหว่างครอบครัว ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ดวงไฟนั้นมันทำให้ผมรู้สึกอบอุ่น และรู้สึกเหงาในเวลาเดียวกัน อบอุ่นที่ผมก็มีไฟดวงนั้น และเหงาที่ไฟดวงนั้นไม่ได้อยู่ตรงนี้
มีคนบอกว่า “เมื่อเราเดินทางใกล้ ๆ เช่นนั่งรถกลับบ้าน เราจะนึกถึงแต่เพียงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้น แต่ถ้าเราออกเดินทางไกล เราจะนึกถึงอดีตที่ผ่านมาในชีวิต” เห็นจะเป็นจริง โดยเฉพาะถ้าเราอยู่คนเดียว ผมคิดว่าที่เป็นอย่างนี้เพราะเราเห็นสองข้างทางที่วิ่งผ่านเราไป ทำให้เราหวนนึกถึงอดีตมากกว่าจะมานั่งคิดถึงอนาคต ทั้งที่จริงๆ แล้ว “อนาคตก็คืออดีตที่ยังมาไม่ถึง” บางคนอาจจะเลือกที่จะมีความสุขหรือทุกข์อยู่กับอดีต แต่บางคนก็เลือกที่จะก้าวเดินต่อไปสู่อนาคตแม้รู้ว่าสักวันมันจะกลายเป็นอดีตก็ตาม และยิ่งถ้าเรามีอดีตที่เราทำผิดพลาดไป หรือเกิดเรื่องผิดหวังขึ้น เราก็จะยิ่งพยายามลืมมัน แล้วพยายามทำอนาคตให้ดีขึ้น โดยหวังว่ามันจะช่วยให้เราลืมหรือลบล้างความผิดในอดีตได้ แต่ความจริงแล้ว อนาคตคือสิ่งที่เราอยากเป็น แต่อดีตมันคือสิ่งที่เป็นเรา การที่เราพยายามลืมอดีตมันอาจเป็นการพยายามลืมตัวตนของตัวเองอยู่ก็ได้
แต่จะให้ดีแล้วเราควรจะอยู่กับ “ปัจจุบัน” ให้มากไว้น่าจะดีกว่า เพราะ “ปัจจุบัน” มันอยู่กับเราเพียงแค่แป๊ปเดียว ไม่เหมือนอนาคตและอดีต ที่จะอยู่กับเราไปอีกนานแสนนาน
“สถานีพิจิตร ท่านผู้โดยสารที่ต้องการลงสถานีนี้ กรุณาตรวจสอบสัมภาระของท่านให้เรียบร้อย ก่อนลงจากขบวนรถ” สิ้นสุดเสียงประกาศ ผมมองกลับหลังไปหาเพื่อนร่วมทางที่ฝากฝังให้ปลุกเธอที่สถานีนี้ เธอยังคงหลับอย่างที่ผมคิดไว้ ผมลุกไปสะกิดเธอให้ตื่น เธอโบกมือลาโลกแห่งความฝัน แล้วค่อย ๆ ลืมตากลับมาสู่โลกแห่งความจริง เธออาจจะไม่มีเวลาแม้จะกล่าวทักทายกับผมเพราะเธอต้องรีบหิ้วกระเป๋าของเธอ แล้วหันมายิ้มให้ผมพร้อมพูดในใจว่า “ขอบคุณที่ช่วยปลุกค่ะ” แล้วรีบก้าวออกไปจากขบวนรถไฟของผมก่อนที่มันจะแล่นไปข้างหน้าอีกครั้ง พร้อมกับผู้ร่วมทางที่น้อยลงไปอีก 1 คน




