ลมเหมันต์

October 9, 2009

2. รถไฟ

Filed under: ภูสอยดาวในกระเป๋า — Tags: — ลมเหมันต์ @ 11:51 am

รถไฟ

ผมไม่รู้ว่าทำไมรถที่เป็นขบวนอยู่บนราง จึงถูกเรียกว่า “รถไฟ” อาจเป็นเพราะเมื่อก่อนมันวิ่งด้วยพลังงานถ่านหิน มีควันไฟตลบอบอวลตลอดเวลาละมั๊ง ผมนั่งรถไฟครั้งแรกในชีวิตคือนั่งไปอยุธยา ตั๋วรถไฟในตอนนั้นเป็นกระดาษแข็งสีแดงอมส้ม บอกจุดหมายปลายทางไว้อย่างชัดเจน ผมยังคงเก็บมันไว้ในกล่องความทรงจำของผมในห้องนอนที่บางคนมาเห็น อาจเผลอเรียกมันว่า “กล่องขยะ” แต่มันก็เป็น ขยะแห่งความทรงจำ ที่นำมารีไซเคิลได้ทุกเมื่อที่ผมต้องการ

รถไฟคือศูนย์รวมการเดินทางชนิดหนึ่ง เป็นที่ ๆ ผู้คนที่มี “จุดหมายปลายทาง” ใช้มันเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย แม้จุดหมายแต่ละคนจะต่างกัน แต่เราก็อยู่บนรถไฟขบวนนี้เหมือนกัน เราต่างก็เป็น “นักเดินทาง” แม้จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม

ผมมองเห็นผู้ชายวัยรุ่นนั่งแถวหลัง ไม่มีกระเป๋าสักใบติดตัว ผมเดาเอาเองว่าจุดหมายเค้าคงอยู่ใกล้ ๆ ที่พัก หรืออาจจะกำลังกลับที่พัก ถัดจากนั้นไป 1 แถว ผมเห็นผู้หญิงรูปร่างท้วมเสื้อแดง พร้อมกระเป๋าใบโต เค้าคงกำลังจะเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้าน จังหวัดใดจังหวัดหนึ่งที่รถไฟขบวนนี้ผ่านแน่ ๆ หลังจากนั้นอีก 2 แถว ผมเห็นเด็กวัยรุ่น 3 คนกำลังนั่งคุยกันอย่างออกรส ข้าง ๆ มีกระเป๋าเป้กองซ้อนกันอยู่หลายใบ ดูแล้วคงออกเดินทางไปท่องเที่ยวกันอย่างไม่ต้องสงสัย

เมื่อรถไฟแล่นถึงสถานีดอนเมือง ผู้ชายวัยกลางคนก็ก้าวขึ้นมาเพิ่มจุดหมายให้รถไฟขบวนนี้อีก 1 คน ดู ๆ แล้วคงนั่งรถไฟกลับบ้านอีกเช่นกัน

ต่างวัตถุประสงค์ ต่างจุดหมาย แต่เราทุกคนก็อยู่บนรถไฟขบวนเดียวกัน ถึงแม้เราจะไม่ได้พูดคุยกันแต่เราต่างรู้ว่าเราอยู่บนรถไฟขบวนเดียวกัน

“ไม่ต่างกันเลยกับชีวิตของเรา”

การเดินทางในชีวิตเราที่ผ่านมา มีผู้ร่วมทางมากมาย บางคนก็จำต้องจากไปเมื่อถึงทางแยกไม่ว่าเต็มใจหรือไม่เต็มใจ เพื่อไปตามจุดหมายหรือความฝันที่ตัวเองวาดไว้ บางคนก็อยู่ร่วมขบวนเดินทางกับเรามานานแต่ยังไม่ถึงจุดหมายซักที บางคนก็เพิ่งเข้ามาร่วมเดินทางกับเรา และบางคนก็ยังคงเดินทางอยู่ในขบวนเดียวกันกับเรา ถึงแม้เราจะไม่เคยรู้จัก แต่เรารับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของคนคนนั้น

เมื่อเราอยู่ในวัยเรียนเรามีเพื่อน เรามีความทรงจำดี ๆ ด้วยกัน พอถึงเวลาที่ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย โลกใบเก่าของเรากว้างขึ้น เราก็ต้องแยกจากกันไปตามทางแยกนั้นอีก ทิ้งไว้เพียงความทรงจำดี ๆ  แต่เพียงไม่นานเราก็ได้ผู้ร่วมทางใหม่ ๆ มานั่งบนเก้าอี้ที่ว่างตัวนั้น และพยายามแกล้งทำเป็นว่า เพื่อนร่วมทางที่มาใหม่นั้น สามารถทดแทนเพื่อนร่วมทางที่หายไปได้  เมื่อเรียนจบเราก็ต้องแยกย้ายกันไปทำงาน เราก็ต้องแยกจากกันอีกตรงทางแยกนั้น แต่ก็มีเพื่อนร่วมทางใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิตของเราอีกอยู่ดี

เป็นอย่างนี้ไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับว่าเราพบกัน เพื่อรอวันลาจาก?

นั่นเพราะเราทุกคนต่างมีจุดหมายหรือความฝันที่ตัวเองวาดไว้ เราอาจจำเป็นต้องแลกกับการจากลาเพื่อนร่วมทาง เพื่อก้าวไปตามทางที่เราตั้งเป้าไว้ หรือบางคนอาจละทิ้งจุดหมายหรือความฝัน เพียงเพื่อที่จะร่วมเดินทางสายนั้นกับใครบางคน

ถึงตอนนี้ เราเคยหยุดคิดบ้างไหม ว่ามีผู้ร่วมเดินทางในทางรถไฟสายที่เราเรียกว่าชีวิต กี่คน? มีคนแยกไปตามทางตัวเอง กี่คน? มีคนร่วมทางเข้ามาใหม่ กี่คน? มีใครบ้างที่สัญญาว่าจะร่วมทางไปกับเราตลอดไปแต่กลับเดินจากเราไป อาจารย์คนแรก เพื่อนสนิทที่สุดตอนประถม เพื่อนที่เคยขโมยยางลบเรา เพื่อนโดดเรียนกับเรา คนที่เราเคยแอบชอบ

คงมีไม่น้อยที่เราหลงลืมเพื่อนร่วมทางเหล่านั้นไปจากความทรงจำ และคงมีไม่น้อยที่หลงลืมเราเช่นกัน

มันคงเป็นเรื่องน่าเศร้า ถ้าเราถูกใครบางคนนั้นลืมไปจากความทรงจำ และคงเศร้ายิ่งกว่าถ้าเรายังจำเค้าได้ไม่เคยลืม

ผมยังคงเชื่อว่า “จุดหมาย” ไม่ได้สำคัญไปกว่า “ระหว่างทาง” ฉะนั้นอย่าปล่อยให้จุดหมายมาทำให้สิ่งที่อยู่ระหว่างทางของเราด้อยค่าลง จนลืมเลือนมันไป เพราะจริง ๆ แล้วในการเดินทางบางครั้งเราใช้เวลาอยู่กับ “ระหว่างทาง” มากกว่า “จุดหมาย” ด้วยซ้ำไป

“สถานีต่อไป จุดหมายของคุณ ท่านผู้โดยสารทีต้องการลงสถานีนี้ กรุณาร่ำลาผู้ร่วมทางของท่านให้เรียบร้อยก่อนลงจากขบวนรถ”

สิ้นสุดเสียงประกาศของสถานีรถไฟ ผมเหลือบเห็นชายวัยกลางคนที่ขึ้นมาคนสุดท้าย ก้าวออกไปจากขบวนรถไฟของผม

รถไฟ

14 Comments »

  1. บนเส้นทางแห่งความฝัน ฉันรอวันแห่งความหวัง เมื่อวันไหนจะมาถึง ฉันเฝ้ารอวันนั้น อาจจะมี

    Comment by memee — October 9, 2009 @ 12:38 pm

  2. – ผู้ชายวัยกลางคน.. เค้าจะเดินลงรถไฟไป

    – แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความเค้ามาถึงจุดหมายของเค้าแล้ว

    – เค้าอาจจะไปเป็นผู้ร่วมทางคนใหม่

    – บนเส้นทางเส้นใหม่ก็เป็นได้

    – เหมือนกับชีวิตของคนเรา

    – มีจบลง และมีเริ่มต้นใหม่เสมอ..

    Comment by Evil-minded Angel — October 9, 2009 @ 12:38 pm

  3. – ผู้ชายวัยกลางคน.. เค้าจะเดินลงรถไฟไป

    – แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความเค้ามาถึงจุดหมายของเค้าแล้ว

    ผู้ชายวัยกลางคน เค้าได้ถึงจุดหมาย แต่ยังไม่ใช่ปลายทาง

    – เค้าอาจจะไปเป็นผู้ร่วมทางคนใหม่

    – บนเส้นทางเส้นใหม่ก็เป็นได้

    – เหมือนกับชีวิตของคนเรา

    – มีจบลง และมีเริ่มต้นใหม่เสมอ..

    อืมม จริงนะ

    ชีวิตก็คือการเดินทาง มีจบ มีเริ่มใหม่เสมอ
    แม้เราจะถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ก็มีการเดินทางครั้งใหม่เกิดขึ้นอยู่เสมอ

    จนบางทีเราใช้เวลาอยู่กับจุดหมายปลายทาง น้อยกว่าระหว่างทาง

    เพราะชีวิต คือการเดินทาง

    Comment by ลมเหมันต์ — October 9, 2009 @ 12:49 pm

  4. จะด้วยแง่มุมไหนก็เหอะ…การเดินทาง การพบกันระหว่างทาง หรือการถึงจุดหมายปลายทาง

    ทุกอย่างก็น่าเศร้านะ…เพราะ อย่างไรเสีย…”เราพบกัน เพื่อรอวันลาจาก”

    Comment by kontammadaa — October 9, 2009 @ 12:57 pm

  5. โอ้โหหหหหห มะน่าเชื่อว่าเพื่อนเห๋จะสามารถขนาดนี้ สำนวนเจ๋งว่ะ ชอบ ๆ ๆ

    อันนี้คาดไม่ถึงจริง ๆ แต่ที่เดาได้อย่างไม่ต้องสงสัย คือ นก ว่าแล้ว ว่าน้องนกของเราต้องเมาเม้นต์ให้เห๋แน่นอน5555+++

    “มันคงเป็นเรื่องน่าเศร้า ถ้าเราถูกใครบางคนนั้นลืมไปจากความทรงจำ และคงเศร้ายิ่งกว่าถ้าเรายังจำเค้าได้ไม่เคยลืม”

    ประโยคนี้เด็ดอ่ะ

    Comment by ป้าเกด — October 9, 2009 @ 1:06 pm

  6. * อันตรายที่สุดสำหรับคนเรา คือ “การคาดหวัง”
    * อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายามเต็มที่
    * เหตุผลของคน ๆ หนึ่ง อาจจะไม่ใช่เหตุผลของคนอีกคนหนึ่ง
    * ถ้าคุณไม่ลองก้าว คุณจะไม่มีวันรู้เลยว่า ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
    * ปัญหาทุกอย่าง ล้วนขึ้นอยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น
    * ยินดีกับที่ได้มา และยอมรับกับสิ่งที่เสียไป
    * หลังพายุผ่านไป ฟ้าย่อมสดใสเสมอ
    * มีแต่ [วันนี้] ที่มีค่า ไม่มี “วันหน้า” “วันหลัง”

    ยินดีด้วยนะน้องหื่น เมื่อไหร่วางแผงล่ะก็ฟรี 1 เล่มละกัน

    Comment by Skywalker — October 9, 2009 @ 1:25 pm

  7. ชอบเหมือนพี่คนข้างบนนะ

    “มันคงเป็นเรื่องน่าเศร้า ถ้าเราถูกใครบางคนนั้นลืมไปจากความทรงจำ และคงเศร้ายิ่งกว่าถ้าเรายังจำเค้าได้ไม่เคยลืม”

    ทุกเรื่องราวในชีวิต **สิ่งที่เราจำไม่เลยลืม เเละ สิ่งที่เราลืมไม่เคยจำ** การที่เราหลงลืมมันไปหรืออาจจะมีใครบางคนที่หลงลืมเราไปเเล้ว นั่นเป็นเรื่องปกติ เเต่ถ้าหากเรื่องที่เราลืมไม่เคยจำ นั่นเเสดงว่า สิ่งที่เราประสบพบเจอมันไม่ได้สำคัญกับชีวิตเรามากมายความทรงจำเหล่านั้นมันก็คงค่อยๆจางหายไปพร้อมทุกๆก้าวของชีวิต ในทางกลับกัน สิ่งที่เราจำไม่เคยลืมนั่นคงหมายถึง ทุกอย่างในความทรงจำ ทุกช่วงชีวิตนั้นคงมีความสำคัญเเละเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราล่ะมั้ง

    การเดินทาง สิ่งที่เจอระหว่างทาง .. มันยิ่งทำให้ความรู้สึก ความคิด ความทรงจำ ของเราชัดเจนขึ้นกับเรื่องที่เราไม่เคยคิดจะลืมมันไป

    เเละความรู้สึกเหล่านั้นจะบีบหัวใจเรามาก ถ้าเรารับรู้ได้ว่า เรื่องที่เราจำได้ดีทุกอย่างนั้น ….. คนอื่นๆได้ลืมมันไปหมดเเล้ว :(

    ** ชอบมากๆ สำนวนดี ความคิดดีมากๆอ่ะเห๋ เเต่บางข้อความเเอบเยิ่ยเย้อไปนิสนึงเเต่ก็ละเอียดพอที่จะทำให้คนที่เดินทางไปกับรถไฟคันนี้รู้สึกเหมือนอยู่ในโบกี้เดียวกันกับเห๋เลยล่ะ **

    ปล. ปล่อยให้ชีวิตได้มีความทรงจำอะไรใหม่ๆบ้าง บางครั้งมันอาจจะชดเชยความทรงจำเก่าๆ ที่มันคอยทำร้ายเราอยู่ก็ได้นะ ^^

    Comment by N o T e e — October 9, 2009 @ 1:38 pm

  8. จะด้วยแง่มุมไหนก็เหอะ…การเดินทาง การพบกันระหว่างทาง หรือการถึงจุดหมายปลายทาง

    ทุกอย่างก็น่าเศร้านะ…เพราะ อย่างไรเสีย…”เราพบกัน เพื่อรอวันลาจาก”

    มันก็จริงนะ แต่สิ่งสำคัญมันอยู่ตรงเวลาที่เราร่วมเดินทางไปด้วยกันตะหาก ความทรงจำที่มีร่วมกันจะไม่จากเราไป อย่างน้อยมันก็เป็นข้ออ้างให้ตอนจากลาไม่เศร้าจนเกินไป

    Comment by ลมเหมันต์ — October 12, 2009 @ 5:05 pm

  9. โอ้โหหหหหห มะน่าเชื่อว่าเพื่อนเห๋จะสามารถขนาดนี้ สำนวนเจ๋งว่ะ ชอบ ๆ ๆ

    อันนี้คาดไม่ถึงจริง ๆ แต่ที่เดาได้อย่างไม่ต้องสงสัย คือ นก ว่าแล้ว ว่าน้องนกของเราต้องเมาเม้นต์ให้เห๋แน่นอน5555+++

    “มันคงเป็นเรื่องน่าเศร้า ถ้าเราถูกใครบางคนนั้นลืมไปจากความทรงจำ และคงเศร้ายิ่งกว่าถ้าเรายังจำเค้าได้ไม่เคยลืม”

    ประโยคนี้เด็ดอ่ะ

    ก็ไม่เคยทำเหมือนกัน แต่มันอัดอั้นในใจ อยากทำมานานแล้ว ถึงแม้ตอนเด็ก ๆ จะเขียนเรียงความไม่ได้เรื่องก็เถอะ แต่การเขียนบทความก็คงคล้าย ๆ การวาดรูปล่ะมั๊ง

    ขอบคุณจ้า ป้าเกด

    Comment by ลมเหมันต์ — October 12, 2009 @ 5:12 pm

  10. ชอบเหมือนพี่คนข้างบนนะ

    “มันคงเป็นเรื่องน่าเศร้า ถ้าเราถูกใครบางคนนั้นลืมไปจากความทรงจำ และคงเศร้ายิ่งกว่าถ้าเรายังจำเค้าได้ไม่เคยลืม”

    ทุกเรื่องราวในชีวิต **สิ่งที่เราจำไม่เลยลืม เเละ สิ่งที่เราลืมไม่เคยจำ** การที่เราหลงลืมมันไปหรืออาจจะมีใครบางคนที่หลงลืมเราไปเเล้ว นั่นเป็นเรื่องปกติ เเต่ถ้าหากเรื่องที่เราลืมไม่เคยจำ นั่นเเสดงว่า สิ่งที่เราประสบพบเจอมันไม่ได้สำคัญกับชีวิตเรามากมายความทรงจำเหล่านั้นมัน ก็คงค่อยๆจางหายไปพร้อมทุกๆก้าวของชีวิต ในทางกลับกัน สิ่งที่เราจำไม่เคยลืมนั่นคงหมายถึง ทุกอย่างในความทรงจำ ทุกช่วงชีวิตนั้นคงมีความสำคัญเเละเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราล่ะมั้ง

    การเดินทาง สิ่งที่เจอระหว่างทาง .. มันยิ่งทำให้ความรู้สึก ความคิด ความทรงจำ ของเราชัดเจนขึ้นกับเรื่องที่เราไม่เคยคิดจะลืมมันไป

    เเละความรู้สึกเหล่านั้นจะบีบหัวใจเรามาก ถ้าเรารับรู้ได้ว่า เรื่องที่เราจำได้ดีทุกอย่างนั้น ….. คนอื่นๆได้ลืมมันไปหมดเเล้ว :(

    ** ชอบมากๆ สำนวนดี ความคิดดีมากๆอ่ะเห๋ เเต่บางข้อความเเอบเยิ่ยเย้อไปนิสนึงเเต่ก็ละเอียดพอที่จะทำให้คนที่เดินทาง ไปกับรถไฟคันนี้รู้สึกเหมือนอยู่ในโบกี้เดียวกันกับเห๋เลยล่ะ **

    ปล. ปล่อยให้ชีวิตได้มีความทรงจำอะไรใหม่ๆบ้าง บางครั้งมันอาจจะชดเชยความทรงจำเก่าๆ ที่มันคอยทำร้ายเราอยู่ก็ได้นะ ^^

    ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์จ้า เพื่อนโน๊ตสุดสวย

    **สิ่งที่เราจำไม่เคยลืม เเละ สิ่งที่เราลืมไม่เคยจำ** มันอาจเป็นเรื่องปกติ แต่จะเป็นหนังดราม่าทันทีถ้า “สิ่งที่เราจำ เป็นสิ่งที่เราพยายามลืม”
    เป็นไปได้มั๊ยว่าบางสิ่ง เราใช้หัวใจจำแทนสมอง มันจึงไม่สามารถทำให้ลบไปจากความทรงจำได้?

    เราอาจจำอะไรบางอย่างได้ง่าย ๆ ในเสี้ยววินาที แต่ไม่ง่ายเลยที่เราจะพยายามลืมบางอย่าง โดยเฉพาะสิ่งที่อยู่ใน “หัวใจ”

    Comment by ลมเหมันต์ — October 12, 2009 @ 5:22 pm

  11. เห้อออ … ใจของเห๋มันต์ ยากเเท้ หยั่งถึง 555+

    Comment by NoTee ^^ — October 12, 2009 @ 10:41 pm

  12. แต่มุกกลับคิดต่างกันนะ..

    ว่า ไม่ว่า “จุดหมาย” หรือ “ระยะทาง” ก็ไม่ได้สำคัญไปกว่า

    “ความรู้สึก ณ เวลานั้น..”

    ความรู้สึกเป็นสุข ที่ได้เห็นวิถีชีวิตเรียบๆ ง่ายๆ ธรรมดา แต่ว่าพิเศษ

    ความรู้สึกที่..เป็นสุข.. ที่ได้สัมผัสกับอิสระตรงหน้า

    ที่ไม่มีพันธะใดๆ เหนี่ยวรั้งเอาใว้ กระทั่ง “ตัวเิอง” ..

    “รถไฟ” ที่ทำหน้าที่ของมันไปเรื่อยๆ…

    อาจจะ้้เป็นเพราะ มันร้อน(พลังงานถ่านหิน) เลยต้องวิ่งทุกๆวัน

    หรือจะเป็นอะไรก็แล้วแต่..

    แต่ว่า “นักเดินทาง” ก็เลือกมันเป็นหนทางหนึ่ง เพียงเพื่อจะได้ไปถึง “จุดหมาย”

    และแม้ว่า “จุดหมาย” ที่ว่้าจะต่างกัน..

    แต่ความสุขขณะเดินทางสายเดียวกันนั้น คงไม่ต่างกันมากนัก…

    คนบางคนเคยบอกเอาใว้ว่า..

    ” ข้างนอก มีสิ่งสำคัญสำหรับทุกคนเสมอ “…

    แต่ถ้าเราไม่ออกมา “ข้างนอก” เราจะมีสิทธได้เจอไหมหนอ..?

    ก็เพราะเช่นนี้ เราทุกคนจึงควรที่จะเดินทาง

    จุดหมาย อาจจะไม่ชัดเจน แต่การเดินทางนั้น..

    ให้อะไรได้มากกว่าความชัดเจนมิใช่หรือ?

    “กล่องขยะ” ที่มีค่า.. บรรจุ “สิ่งที่มองไม่เห็น” เอาใว้..

    จงเก็บมันใว้นะคะ…

    เพราะซักวัน มันจะต้องเป็นความทรงจำที่ยิ่้งใหญ่..และก็ยากที่จะลืม..

    เก็บดวงดาวใว้ในกล่องเล็กๆนั่น..

    เพราะเมื่อการเดินทางจบ ก็ต้อง “ลาจาก”

    แต่กล่องเล็กๆ..ในหัวใจ ก็จะยังเก็บความทรงจำดีๆใว้..ในมุมที่ลึกที่สุด

    ใครบางคนอาจจะบอกว่ามันเป็นแค่ “ซอกหลืบ” เล็กๆ

    แต่ว่าของที่อยู่ในซอกหลืบเล็กๆ ใช่จะว่าไรค่าเสมอไปนี่นา..?

    Comment by MooK — October 27, 2009 @ 7:14 pm

  13. ขอบคุณ MooK มาก ๆ ครับ

    Comment by ลมเหมันต์ — November 10, 2009 @ 1:58 pm

  14. I strictly recommend not to hold back until you earn enough amount of money to buy goods! You should get the business loans or just financial loan and feel comfortable

    Comment by Merrill35Julie — June 11, 2010 @ 5:41 am

RSS feed for comments on this post. TrackBack URL

Leave a comment

You must be logged in to post a comment.

Powered by WordPress