บ่ายวันหนึ่งขณะที่นั่งรถ กลับจากสะเมิงมาที่ตัวเมืองเชียงใหม่ แล้วต้องผ่านถนนเล็กขนาด 2 เลนเพื่อจะไปเข้าซุปเปอร์ไฮเวย์รถก็ชลอตัวจนเกือบจะหยุดนิ่ง ผมก็เริ่มที่จะมองหาสาเหตุของการจราจรที่กำลังจะติดขัด
เปล่า ผมไม่ได้รีบไปไหนถึงขนาดที่ว่ารถติดแค่นี้ก็ต้องกระวนกระวาย คงเป็นแค่ความอยากรู้อยากเห็นเชิงวิชาการมากกว่า
รถ แต่ละคันค่อย ๆ เคลื่อนตัวตามคันข้างหน้าไปอย่างช้า ๆ เสียงของพี่ดี้ผู้รับหน้าที่เป็นคนขับรถก็พูดขึ้นมาว่าสงสัยรถจะชนกัน ไม่ต้องสงสัยเลยเพราะเมื่อผมก็ชะโงกหน้าไปดูก็เห็นรถกระบะจอดกีดขวางถนนอยู่ มีตำรวจนายหนึ่งยืนคุยกับชายที่คาดว่าเป็นเจ้าของรถกระบะ ไม่ไกลกันนั้นมีมอเตอร์ไซค์ที่เละจนดูคล้ายเศษเหล็กกองอยู่ริมทาง และที่ทำให้คนในรถต้องเบือนหน้าหนีคือ ร่างของชายคนหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่กลางถนน ถึงไม่มีใครบอกก็พอจะรู้ว่าน่าจะเป็นอดีตของเจ้าของมอเตอร์ไซค์ที่กองอยู่ ข้างทางคันนั้นอย่างแน่นอน
รถของเรายังไม่ทันจะเคลื่อนไปไหน เจ้าหน้าที่จากรถพยาบาลก็นำหนังสือพิมพ์มาปิดร่างของชายผู้นั้น
ถึงจะไม่ใช่ตำรวจ ทหาร ที่ตายในขณะปฏิบัติหน้าที่จึงจะมีสิทธิ์ใช้ธงชาติคลุมร่างกายที่ไร้ลมหายใจของตัวเอง
แต่มันดูไร้ค่าเกินไปหน่อยหรือไม่ที่เราเลือกที่จะใช้หนังสือพิมพ์ห่มคลุมให้กับคนสามัญธรรมดา
นี่เรากำลังพูดถึงคน ไม่ใช่หมาข้างถนน ใช่หรือไม่ว่าเขาควรได้รับสิ่งที่ดีกว่าหนังสือพิมพ์รายวัน
ใน ขณะที่ผมยังคงนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยรถก็มาติดอีกทีตรงช่วงจังหวัดลำปาง เนื่องจากอุบัติเหตุอีกราย เป็นมอเตอร์ไซค์ถูกรถชน เหตุการณ์น่าจะเพิ่งเกิดรถพยาบาลยังมาไม่ถึง มีร่างของหญิงคนหนึ่งนอนแน่นิ่งบนถนน ข้าง ๆ มีข้าวของเกลื่อนถนน เท่าที่เห็นก็เป็นพวกผัก กับข้าวต่าง ๆ
ตำรวจทำได้เพียงรอรถพยาบาลอยู่ข้าง ๆ ร่างไร้สติร่างนั้น
คง มีใครที่รอกับข้าวที่เธอเตรียมเอาไปให้กินอยู่ที่บ้าน และเขาเหล่านั้นคงได้รับข่าวร้ายแทนที่จะได้รับกับข้าว ได้กินน้ำตาแทนที่จะได้กินน้ำแกง
ผมตอบไม่ได้หรอกว่า วันคืนหลังจากนั้นชีวิตพวกเขาจะเป็นอย่างไร รู้แค่ว่ามันจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเราทุกคนต้องตาย แต่ใครเล่าจะทำใจรับมันได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะถ้ามันมาอย่างกระทันหันเช่นนี้
กับเรื่องที่อาจจะเกิด เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม แผ่นดินไหว เรายังมีการซ้อมรับมือกับมันอยู่บ่อย ๆ
แล้วกับเรื่องที่แน่นอนอย่างความตายล่ะ เราเคยซ้อมรับมือกับมันหรือไม่?
เพียงแค่ก่อนนอนยังโทรศัพท์ออดอ้อนร่ำลากันเป็นชั่วโมง หรือก่อนไปเรียนต่อต่างประเทศยังต้องร่ำลากันเป็นวัน ๆ
หากถึงขั้นเราต้องตายจากกันล่ะ ต้องร่ำลากันแค่ไหนมันจึงจะรู้สึกเพียงพอ?
พูด ก็พูดเถอะต่อให้เราซ้อมมันบ่อย ๆ แต่กับสิ่งมีชีวิตที่มีหัวใจ ใครเล่าจะไม่โศกเศร้ากับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของคนที่เรารักและผูกพัน
สิ่งเหล่านี้คงไม่ได้ช่วยให้เราไม่เศร้า แต่คงช่วยบรรเทาความเสียใจได้บ้าง
ถ้ารู้ว่าจะไม่เจอกันแล้ว เราคงไม่ทะเลาะกัน
ถ้ารู้ว่าจะไม่เจอกันแล้ว เราคงกอดกัน
ถ้ารู้ว่าจะไม่เจอกันแล้ว เราคงบอกรักกัน
ความคิดวนเวียนพร่ำเพ้อรำพึงรำพันอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา และบางคนถึงขั้นใช้ชีวิตต่อไปไม่ได้
ใช่หรือไม่ว่าความตายไม่ได้สร้างปัญหาให้กับคนที่ตาย แต่มันสร้างปัญหาให้กับคนที่ยังอยู่ต่างหาก
โลกที่โหดร้ายในตอนนี้ทำให้ความตายมันใกล้ตัวเรามากเกินกว่าจะละเลยไม่คิดถึงมัน
สิ่งง่าย ๆ ที่เราทำได้ ก็แค่หันกลับมามองคนที่เรามีอยู่ในชีวิตแล้วนึกถึงวันที่ไม่มีเขา
เราจะทำอะไร หากพรุ่งนี้เราต้องตายจากกัน
ลมเหมันต์
เห็นด้วยเลยครับ ขอบคุณสำหรับบทความนะครับผม
Comment by ติดแก๊ส — July 11, 2011 @ 2:07 pm