การดูพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกนั้น จัดเป็นความรื่นรมย์ชนิดหนึ่งของคนเมือง เนื่องจากเราจะหาดูมันได้ยากเต็มที ไม่ว่าจะทั้งตึกระฟ้าหรือทั้งเมฆหมอกกลุ่มควันที่พยายามบดบังมันทั้งยามเช้าและยามเย็น
ใช่, ยามพระอาทิตย์และยามที่มันกำลังจะลับขอบฟ้านั้น มันช่างดูสวยงามจับใจ สีโทนร้อนจากแสงอาทิตย์สาดส่องผสมกลมกลืนกับสีโทนเย็นของท้องฟ้าได้อย่างลงตัว ราวกับพระเจ้าได้บรรจงใช้ภู่กันวาดมันลงบนเฟรมผ้าใบผื่นกว้าง
จริงอยู่ ไม่เคยมีวันไหนท้องฟ้าเหมือนกัน แต่มันก็สวยจับใจเราในทุก ๆ วัน
มีใครสักกี่คนที่จะตั้งคำถามอย่างจริง ๆ จัง ๆ ว่า ทำไมเราไม่ชอบมองพระอาทิตย์ตอนที่มันส่องแสงอย่างเต็มที่บนหัวเรา พระอาทิตย์ก็ดวงเดิม ฟ้าก็ผืนเดิม และแน่นอน ดวงตาที่ใช้มองก็คู่เดิม
คำตอบง่าย ๆ เห็นทีจะเป็น “ก็เพราะมันแสบตา”
แต่ถ้าเรามองให้ลึกกว่านั้น ชีวิตคนเราก็ไม่ต่างอะไรจากดวงอาทิตย์ นอกจากมีขึ้นมีตกแล้ว เรายังเรียนรู้จากดวงอาทิตย์ได้อีกว่า ยามที่มันส่องแสงแสดงอำนาจมันอย่างเต็มที่นั้น มันช่างไม่น่าสบตาเอาเสียเลย
ใช่หรือไม่ว่าคล้าย ๆ กับอำนาจบารมีของคนเรา ยิ่งใช้มาก ยิ่งมีคนสบตาเราน้อยลง
เราควรมียามเช้า ยามเย็น ยามกลางคืนของชีวิตบ้าง
จริงอยู่ว่าเราทุกคนต่างมีแสงสว่างในตัวเอง แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราเปล่งแสงกันแต่พอดี ยึดเอาความสุขของผู้คนรอบตัวมากกว่าความสว่างเท่าที่เราอยากมี
ในทรรศนะของข้าพเจ้า พระอาทิตย์น่ะ มีดวงเดียวก็พอ
ลมเหมันต์