ลมเหมันต์

September 21, 2011

พระอาทิตย์ของฉัน

Filed under: เรื่องทั่วไป — Tags: — ลมเหมันต์ @ 5:33 pm

การดูพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกนั้น จัดเป็นความรื่นรมย์ชนิดหนึ่งของคนเมือง เนื่องจากเราจะหาดูมันได้ยากเต็มที ไม่ว่าจะทั้งตึกระฟ้าหรือทั้งเมฆหมอกกลุ่มควันที่พยายามบดบังมันทั้งยามเช้าและยามเย็น

ใช่, ยามพระอาทิตย์และยามที่มันกำลังจะลับขอบฟ้านั้น มันช่างดูสวยงามจับใจ สีโทนร้อนจากแสงอาทิตย์สาดส่องผสมกลมกลืนกับสีโทนเย็นของท้องฟ้าได้อย่างลงตัว ราวกับพระเจ้าได้บรรจงใช้ภู่กันวาดมันลงบนเฟรมผ้าใบผื่นกว้าง

จริงอยู่ ไม่เคยมีวันไหนท้องฟ้าเหมือนกัน แต่มันก็สวยจับใจเราในทุก ๆ วัน

มีใครสักกี่คนที่จะตั้งคำถามอย่างจริง ๆ จัง ๆ ว่า ทำไมเราไม่ชอบมองพระอาทิตย์ตอนที่มันส่องแสงอย่างเต็มที่บนหัวเรา พระอาทิตย์ก็ดวงเดิม ฟ้าก็ผืนเดิม และแน่นอน ดวงตาที่ใช้มองก็คู่เดิม

คำตอบง่าย ๆ เห็นทีจะเป็น “ก็เพราะมันแสบตา”

แต่ถ้าเรามองให้ลึกกว่านั้น ชีวิตคนเราก็ไม่ต่างอะไรจากดวงอาทิตย์ นอกจากมีขึ้นมีตกแล้ว เรายังเรียนรู้จากดวงอาทิตย์ได้อีกว่า ยามที่มันส่องแสงแสดงอำนาจมันอย่างเต็มที่นั้น มันช่างไม่น่าสบตาเอาเสียเลย

ใช่หรือไม่ว่าคล้าย ๆ กับอำนาจบารมีของคนเรา ยิ่งใช้มาก ยิ่งมีคนสบตาเราน้อยลง

เราควรมียามเช้า ยามเย็น ยามกลางคืนของชีวิตบ้าง

จริงอยู่ว่าเราทุกคนต่างมีแสงสว่างในตัวเอง แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราเปล่งแสงกันแต่พอดี ยึดเอาความสุขของผู้คนรอบตัวมากกว่าความสว่างเท่าที่เราอยากมี

ในทรรศนะของข้าพเจ้า พระอาทิตย์น่ะ มีดวงเดียวก็พอ

ลมเหมันต์

February 22, 2011

หากเราต้องตายจากกัน

Filed under: เรื่องทั่วไป — ลมเหมันต์ @ 2:44 pm

บ่ายวันหนึ่งขณะที่นั่งรถ กลับจากสะเมิงมาที่ตัวเมืองเชียงใหม่ แล้วต้องผ่านถนนเล็กขนาด 2 เลนเพื่อจะไปเข้าซุปเปอร์ไฮเวย์รถก็ชลอตัวจนเกือบจะหยุดนิ่ง ผมก็เริ่มที่จะมองหาสาเหตุของการจราจรที่กำลังจะติดขัด

เปล่า ผมไม่ได้รีบไปไหนถึงขนาดที่ว่ารถติดแค่นี้ก็ต้องกระวนกระวาย คงเป็นแค่ความอยากรู้อยากเห็นเชิงวิชาการมากกว่า

รถ แต่ละคันค่อย ๆ เคลื่อนตัวตามคันข้างหน้าไปอย่างช้า ๆ เสียงของพี่ดี้ผู้รับหน้าที่เป็นคนขับรถก็พูดขึ้นมาว่าสงสัยรถจะชนกัน ไม่ต้องสงสัยเลยเพราะเมื่อผมก็ชะโงกหน้าไปดูก็เห็นรถกระบะจอดกีดขวางถนนอยู่ มีตำรวจนายหนึ่งยืนคุยกับชายที่คาดว่าเป็นเจ้าของรถกระบะ ไม่ไกลกันนั้นมีมอเตอร์ไซค์ที่เละจนดูคล้ายเศษเหล็กกองอยู่ริมทาง และที่ทำให้คนในรถต้องเบือนหน้าหนีคือ ร่างของชายคนหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่กลางถนน ถึงไม่มีใครบอกก็พอจะรู้ว่าน่าจะเป็นอดีตของเจ้าของมอเตอร์ไซค์ที่กองอยู่ ข้างทางคันนั้นอย่างแน่นอน

รถของเรายังไม่ทันจะเคลื่อนไปไหน เจ้าหน้าที่จากรถพยาบาลก็นำหนังสือพิมพ์มาปิดร่างของชายผู้นั้น

ถึงจะไม่ใช่ตำรวจ ทหาร ที่ตายในขณะปฏิบัติหน้าที่จึงจะมีสิทธิ์ใช้ธงชาติคลุมร่างกายที่ไร้ลมหายใจของตัวเอง

แต่มันดูไร้ค่าเกินไปหน่อยหรือไม่ที่เราเลือกที่จะใช้หนังสือพิมพ์ห่มคลุมให้กับคนสามัญธรรมดา

นี่เรากำลังพูดถึงคน ไม่ใช่หมาข้างถนน ใช่หรือไม่ว่าเขาควรได้รับสิ่งที่ดีกว่าหนังสือพิมพ์รายวัน

ใน ขณะที่ผมยังคงนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยรถก็มาติดอีกทีตรงช่วงจังหวัดลำปาง เนื่องจากอุบัติเหตุอีกราย เป็นมอเตอร์ไซค์ถูกรถชน เหตุการณ์น่าจะเพิ่งเกิดรถพยาบาลยังมาไม่ถึง มีร่างของหญิงคนหนึ่งนอนแน่นิ่งบนถนน ข้าง ๆ มีข้าวของเกลื่อนถนน เท่าที่เห็นก็เป็นพวกผัก กับข้าวต่าง ๆ

ตำรวจทำได้เพียงรอรถพยาบาลอยู่ข้าง ๆ ร่างไร้สติร่างนั้น

คง มีใครที่รอกับข้าวที่เธอเตรียมเอาไปให้กินอยู่ที่บ้าน และเขาเหล่านั้นคงได้รับข่าวร้ายแทนที่จะได้รับกับข้าว ได้กินน้ำตาแทนที่จะได้กินน้ำแกง

ผมตอบไม่ได้หรอกว่า วันคืนหลังจากนั้นชีวิตพวกเขาจะเป็นอย่างไร รู้แค่ว่ามันจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเราทุกคนต้องตาย แต่ใครเล่าจะทำใจรับมันได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะถ้ามันมาอย่างกระทันหันเช่นนี้

กับเรื่องที่อาจจะเกิด เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม แผ่นดินไหว เรายังมีการซ้อมรับมือกับมันอยู่บ่อย ๆ

แล้วกับเรื่องที่แน่นอนอย่างความตายล่ะ เราเคยซ้อมรับมือกับมันหรือไม่?

เพียงแค่ก่อนนอนยังโทรศัพท์ออดอ้อนร่ำลากันเป็นชั่วโมง หรือก่อนไปเรียนต่อต่างประเทศยังต้องร่ำลากันเป็นวัน ๆ

หากถึงขั้นเราต้องตายจากกันล่ะ ต้องร่ำลากันแค่ไหนมันจึงจะรู้สึกเพียงพอ?

พูด ก็พูดเถอะต่อให้เราซ้อมมันบ่อย ๆ แต่กับสิ่งมีชีวิตที่มีหัวใจ ใครเล่าจะไม่โศกเศร้ากับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของคนที่เรารักและผูกพัน

สิ่งเหล่านี้คงไม่ได้ช่วยให้เราไม่เศร้า แต่คงช่วยบรรเทาความเสียใจได้บ้าง

ถ้ารู้ว่าจะไม่เจอกันแล้ว เราคงไม่ทะเลาะกัน

ถ้ารู้ว่าจะไม่เจอกันแล้ว เราคงกอดกัน

ถ้ารู้ว่าจะไม่เจอกันแล้ว เราคงบอกรักกัน

ความคิดวนเวียนพร่ำเพ้อรำพึงรำพันอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา และบางคนถึงขั้นใช้ชีวิตต่อไปไม่ได้

ใช่หรือไม่ว่าความตายไม่ได้สร้างปัญหาให้กับคนที่ตาย แต่มันสร้างปัญหาให้กับคนที่ยังอยู่ต่างหาก

โลกที่โหดร้ายในตอนนี้ทำให้ความตายมันใกล้ตัวเรามากเกินกว่าจะละเลยไม่คิดถึงมัน

สิ่งง่าย ๆ ที่เราทำได้ ก็แค่หันกลับมามองคนที่เรามีอยู่ในชีวิตแล้วนึกถึงวันที่ไม่มีเขา

เราจะทำอะไร หากพรุ่งนี้เราต้องตายจากกัน

ลมเหมันต์

October 6, 2010

ถือศีล กินเจ

Filed under: เรื่องทั่วไป — Tags: — ลมเหมันต์ @ 7:40 pm

การถือศีลกินเจ เป็นประเพณีที่ปฏิบัติต่อกันมาช้านาน

เราอาจจะไม่ให้ความสนใจกับเรื่องถือศีล แต่เราทุกคนจริงจังกับการไม่กินเนื้อสัตว์
ช่วงเวลานี้เราพร้อมที่จะหันไปบริโภคอาหารจำพวกพืชผักผลไม้แทน
จิตใจได้บุญ ร่างกายได้ประโยชน์ และสัตว์บางประเภทก็ได้ยืดเวลาตาย
ให้มันได้มีเวลาบอกลาเพื่อนฝูง มีเวลาบนโลกนี้ยาวนานขึ้น, แน่นอน สุดท้ายก็ต้องตาย

ผมเคยสงสัยว่า กินเจเรากินไข่ไก่ไม่ได้ เพราะถ้าเรากินก็ต้องมีชีวิตหนึ่งที่ต้องสังเวยไป
แต่นมวัวล่ะ? ในเมื่อเราไม่ต้องไปตัดนมมันมา หรือไปฆ่ามันเพื่อเอานม  เหมือนฆ่าช้างเพื่อเอางา
แม้กระทั่งผักบางชนิดก็ยังไม่สามารถกินได้
แต่แม้ว่าใครจะมีคำถาม เราก็ยังคงปฏิบัติตามกันอย่างเคร่งครัด
นี่คงเป็นสิ่งที่เรียกว่า “ความศรัทธา”

นักวิทยาศาสตร์ยืนยันแน่ชัดว่า มนุษย์เป็นสัตว์กินพืช
โดยดูจากลักษณะกราม ฟัน เล็บ ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อกินเนื้อ
การกลับมากินพืชเหมือนอย่างบรรพบุรุษของเรา ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี

ย้อนกลับไป เมื่อหลายล้านปีมาแล้ว ต้นไม้ได้ถือกำเนิดขึ้นมาโดยธรรมชาติที่เป็นผู้ให้กำเนิด แต่พอนานวันเข้าต้นไม้ก็แพร่พันธุ์กระจายไปทั่วทุกมุมโลก เหมือนดังโรคผิวหนังของโลก มันกระจายอย่างรวดเร็ว
ในไม่ช้าโลกก็ถูกปกคลุมไปด้วยสิ่งที่เรียกว่าพืช

ถึงตอนนั้น คาร์บอนไดออกไซด์มีน้อยเกินไปสำหรับจำนวนพืชทั้งหมด
เมื่อธรรมชาติรู้ปัญหา ธรรมชาติก็แก้ปัญหาด้วยการสร้างสัตว์ต่าง ๆ ขึ้นมา ให้เปลี่ยนออกซิเจนเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ และให้คอยกินพืชเหล่านี้เพื่อไม่ให้มีเยอะเกินไป
ธรรมชาติหาทางออกได้เสมอ

แต่พอนานวันเข้าสัตว์กินพืชพวกนี้ก็มีมากขึ้นจนเยอะเกินไปอีก พืชทั้งหลายเริ่มลดน้อยลง คาร์บอนไดออกไซด์เริ่มมากเกินไป
ธรรมชาติก็ไม่รอช้าที่จะสร้างสัตว์อีกจำพวกนึงขึ้นมา เพื่อจัดการปัญหานี้ และเราเรียกมันว่า สัตว์กินเนื้อ
ทุกสิ่งล้วนดำรงอยู่เพื่อเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง ไม่มีสิ่งใดไร้ประโยชน์สำหรับธรรมชาติ

กลับมาที่เรื่องของการถือศีลกินเจ
เดี๋ยวมาต่อ

September 26, 2010

ชั่วฟ้าดินสลาย

Filed under: เรื่องทั่วไป — Tags: — ลมเหมันต์ @ 9:41 pm

ชั่วฟ้าดินสลาย

ชั่วฟ้าดินสลาย

ส่วนหลัก ๆ ของหนังคือ “โซ่ตรวน” ที่ล่าม “ส่างหม่อง” กับ “ยุพดี” ไว้ด้วยกัน เนื่องจากทั้งคู่ตกเป็นเหยื่อของปีศาจร้าย ที่มาในคราบของ “ความรัก”

แล้ว ใครเล่าเคยว่าไว้ว่าความรักคือสิ่งสวยงาม?เพียงแค่มันเกิดขึ้นผิดที่ ผิดเวลา ผิดคน จากสิ่งสวยงามก็กลายร่างเป็นปีศาจร้ายได้อย่างน่ารันทดใจ

ใช่หรือไม่ว่าโซ่ตรวนนั้นสะท้อนถึงการผูกมัดของคนเราดังเช่น “การแต่งงาน” ?

แรก ๆ ทั้งสองก็ยังสนุกกับมัน แต่พอนานไป กลับมีแค่ความขุ่นข้องหมองใจต่อกันมากขึ้นทุกวัน

หรือแท้จริงแล้วการแต่งงานเป็นแค่พิธีที่ใช้สร้างเงื่อนไขให้คนหมดรักกันต้องอยู่ด้วยกัน?

เพราะโลกนี้ไม่สามารถมีใครดูแลหรือโอบกอดกันได้ตลอดเวลา

เราต่างต้องการบางคน หรือไม่ต้องการบางคน ในบางเวลา อยากอ่านหนังสืออยู่กับบ้าน อยากออกไปดูภูเขา

แม้กระทั่งความรัก ก็ยังต้องการพักผ่อน

เมื่อทั้งสองถูกตรึงไว้ด้วยกันตลอดเวลา จึงย่อมมีการกระทบกระทั่งกันมากกว่าที่ควรจะเป็น

จน ช่วงหลังทั้งสองต้องการที่จะตัดโซ่ออกจากกันมาหลายครั้งแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ก็ได้มีชีวิตน้อย ๆ ก่อกำเนิดขึ้นในท้องของยุพดี และตอนนั้นเอง ความพยายามที่จะตัดโซ่ ก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับส่างหม่องอีกต่อไปเพราะเขารู้ดีว่าได้มีโซ่ล่องหน เส้นใหม่ ที่ไม่มีทางตัดขาดได้ ได้กำเนิดขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าจะด้วยความรัก หรือด้วยความใคร่ก็ตาม

ความรักทำให้พวกเขาอยู่ด้วยกัน และความรักอีกเช่นกัน ที่แยกพวกเขาออกจากกัน

หนัง ทำฉากได้ละเมียดละมัยมาก ๆ ถึงฉากเศร้าจะไม่รุนแรง แต่ก็พอสะกิดน้ำออกจากตาได้บ้างถึงบางมุขจะเล่นผิดที่ผิดเวลา แต่ก็ทำให้หนังคลายความหม่นหมองลงไปได้เยอะ

พะโป้ เสือผู้หญิงที่รักการสวดมนต์ อาจเพราะต้องการลบล้างกับบาปที่เคยทำก็เป็นได้

ส่า งหม่อง หนุ่มผู้ขี้ขลาด ไม่กล้าสบตาใคร แม้แต่ตอนที่กำลังจะเล่นชู้กับเมียของอาตัวเอง ก็ยังโยนความผิดไปให้ยุพดี และเป็นแบบนี้ตลอดเวลา

ยุพดี หญิงผู้รักอิสระ เกลียดจารีตประเพณี เพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นทำให้ความเป็นอิสระลดน้อยลง

หนังดี ๆ อย่าลืมไปดูกันนะเพื่อน ๆ

ลมเหมันต์

Powered by WordPress