การถือศีลกินเจ เป็นประเพณีที่ปฏิบัติต่อกันมาช้านาน
เราอาจจะไม่ให้ความสนใจกับเรื่องถือศีล แต่เราทุกคนจริงจังกับการไม่กินเนื้อสัตว์
ช่วงเวลานี้เราพร้อมที่จะหันไปบริโภคอาหารจำพวกพืชผักผลไม้แทน
จิตใจได้บุญ ร่างกายได้ประโยชน์ และสัตว์บางประเภทก็ได้ยืดเวลาตาย
ให้มันได้มีเวลาบอกลาเพื่อนฝูง มีเวลาบนโลกนี้ยาวนานขึ้น, แน่นอน สุดท้ายก็ต้องตาย
ผมเคยสงสัยว่า กินเจเรากินไข่ไก่ไม่ได้ เพราะถ้าเรากินก็ต้องมีชีวิตหนึ่งที่ต้องสังเวยไป
แต่นมวัวล่ะ? ในเมื่อเราไม่ต้องไปตัดนมมันมา หรือไปฆ่ามันเพื่อเอานม เหมือนฆ่าช้างเพื่อเอางา
แม้กระทั่งผักบางชนิดก็ยังไม่สามารถกินได้
แต่แม้ว่าใครจะมีคำถาม เราก็ยังคงปฏิบัติตามกันอย่างเคร่งครัด
นี่คงเป็นสิ่งที่เรียกว่า “ความศรัทธา”
นักวิทยาศาสตร์ยืนยันแน่ชัดว่า มนุษย์เป็นสัตว์กินพืช
โดยดูจากลักษณะกราม ฟัน เล็บ ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อกินเนื้อ
การกลับมากินพืชเหมือนอย่างบรรพบุรุษของเรา ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี
ย้อนกลับไป เมื่อหลายล้านปีมาแล้ว ต้นไม้ได้ถือกำเนิดขึ้นมาโดยธรรมชาติที่เป็นผู้ให้กำเนิด แต่พอนานวันเข้าต้นไม้ก็แพร่พันธุ์กระจายไปทั่วทุกมุมโลก เหมือนดังโรคผิวหนังของโลก มันกระจายอย่างรวดเร็ว
ในไม่ช้าโลกก็ถูกปกคลุมไปด้วยสิ่งที่เรียกว่าพืช
ถึงตอนนั้น คาร์บอนไดออกไซด์มีน้อยเกินไปสำหรับจำนวนพืชทั้งหมด
เมื่อธรรมชาติรู้ปัญหา ธรรมชาติก็แก้ปัญหาด้วยการสร้างสัตว์ต่าง ๆ ขึ้นมา ให้เปลี่ยนออกซิเจนเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ และให้คอยกินพืชเหล่านี้เพื่อไม่ให้มีเยอะเกินไป
ธรรมชาติหาทางออกได้เสมอ
แต่พอนานวันเข้าสัตว์กินพืชพวกนี้ก็มีมากขึ้นจนเยอะเกินไปอีก พืชทั้งหลายเริ่มลดน้อยลง คาร์บอนไดออกไซด์เริ่มมากเกินไป
ธรรมชาติก็ไม่รอช้าที่จะสร้างสัตว์อีกจำพวกนึงขึ้นมา เพื่อจัดการปัญหานี้ และเราเรียกมันว่า สัตว์กินเนื้อ
ทุกสิ่งล้วนดำรงอยู่เพื่อเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง ไม่มีสิ่งใดไร้ประโยชน์สำหรับธรรมชาติ
กลับมาที่เรื่องของการถือศีลกินเจ
เดี๋ยวมาต่อ